Other Information
ความเห็นส่วนตัวกับคุณภาพชีวิตของสุนัข
การได้ออกกำลังและเลี้ยงดูที่ดี 65% : กินอาหารที่ดี 35%
สุนัขของคุณต้องไม่ถูกกักขัง (ในห้อง, กรง, บ้านแคบๆ) ควรจะได้มีการพาออกมาวิ่ง เดิน ที่นอกบ้าน สันชาติญาณของหมาจะไม่อึในบ้านตัวเองหากมีที่อื่นกว้างกว่าให้เลือก (ถึงได้ชอบวิ่งไป อึ หน้าบ้านคนอื่น)
บางคนอาจคิดว่าเลี้ยงอย่างดีคือเลี้ยงไว้ในบ้านไม่ถูกยุงกัด ตัวไม่สกปรก ให้อาหารดีๆ แต่ไม่พาออกมาวิ่งออกกำลัง ท่านทราบหรือไม่ว่าสุนัขก็ชอบอาบแดดเหมือนกัน (ลอง Search ใน Internet ดู Article ของฝรั่ง) หรือลองสังเกตดูว่าบางครั้งสุนัขจะไปนอนอาบแดดประมาณ 15-30 นาที อีกอย่างการอาบน้ำบ่อยเกินอาทิตย์ละครั้งก็ไม่จำเป็นจะทำให้ผิวแห้ง การออกกำลัง เดินเป็นประจำเป็นการกระตุ้นให้สุนัขไม่เบื่อ
สุนัขที่ถูกกักขัง อาจส่งผลต่อ behavioural Problem เช่น กัดของใช้ โซฟา เห่าทั้งวัน ฯลฯ
ลองคิดดูว่าเราไปสัมมนาในห้องประชุมติดกัน 2 วันยังอึดอัด (มองเห็นแต่กำแพง, ผนัง) และอยากออกมาเดินสูดอากาศหรือวิ่งให้สดชื่น และสุนัขที่เกิดมาไม่เคยออกไปเดินนอกบ้านเลยจะรู้สึกยังไง (อ่าน Dog Behaviour Problem ดู)
ฝรั่งที่อยู่ในเมืองและอยู่ในคอนโดหรือห้องแถวเขาก็พาสุนัขออกไปเดินอึนอกบ้านในสวนสาธารณะ เมืองไทยถึงไม่ค่อยจะมีสวนสาธารณะแต่ท่านก็สามารถพาไปเดิน/วิ่งในซอยได้
อาหาร
สุนัขที่ออกกำลังน้อย (อยู่ในที่แคบ) หรือกินอาหารมากไป (เกินปริมาณที่ควรจะได้รับต่อวัน) (ไม่ใช่ว่าเพราะอยู่ในบ้านไม่พาออกไปออกกำลังแล้วลดอาหารต่ำกว่าปริมาณที่ควรจะได้รับต่อวัน) ยังเป็นสาเหตุของน้ำหนักเกิน อาหารที่ให้ก็ควรให้ครบ 5 หมู่ + วิตามิน (หากไม่ได้ให้อาหารเกรดพรีเมี่ยม) เช่น ข้าวกล้องผสมเนื้อ ฟักทอง แครอท ผัก น้ำมันปลา (ปลาดุกแทนเนื้อก็ได้มี Omega 3 สูง) หรือน้ำมันงาก็ได้ (1 ช้อนชา) ขึ้นอยู่กับขนาดของสุนัข ผสมซี่โครงไก่บดละเอียดก็ดี หากท่านมีเวลาปรุงอาหารสดให้ทุกวัน (ห้ามเค็ม) ก็อาจจะดีกว่าการให้อาหารถุง *ควรหลีกเลี่ยงการให้ตับ/เครื่องในติดต่อกันเป็นเวลานานๆ (สุนัขเกือบทุกตัวชอบตับไก่มาก) ไม่ควรให้ตับมากกว่าอาทิตย์ละ 2 ครั้ง (สุนัขที่กินยากอย่าไปตามใจมันมากซักวันเมื่อมันหิวมากๆ มันก็จะกินเองอย่าใส่ตับให้แต่แรกก็จะดีเพื่อไม่ให้ติดนิสัย)
ตับถึงแม้จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่ก็เป็นที่สะสมของเสียเหมือนกัน (ยา, สารตกค้าง ฯลฯ)
เมื่อนำลูกสุนัขเข้าบ้านวันแรก
1) ควรพาเดินให้ทั่วบ้านให้ดมกลิ่นใหม่ๆ รู้จักสถานที่ต่างๆ ทั่วบ้านเพื่อให้คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อม (ปล่อยให้วิ่งเล่น)
2) หากมีสุนัขตัวอื่นควรพาไปให้ดมกลิ่นกันให้รู้จักกันแต่ต้องเฝ้าระวังตัวใหญ่กัด
3) ตอนเข้านอนเพื่อไม่ให้ลูกสุนัขเหงาอาจหาตุ๊กตาไว้ให้นอนด้วยแล้วเปิดวิทยุเบาๆ หรือนาฬิกาที่มีเสียงติ๊ก ต๊อกๆ ควรระวังอย่าให้ถูกยุงกัด
4) เพื่อระวังการศูนย์หาย (ลูกสุนัขยังไม่รู้จักบ้าน) ใน 7 วันแรกควรระวังเป็นพิเศษ Make sure ว่าประตูบ้านหรือรั้วบ้านปิดมิดชิดเพื่อป้องกันการออกไปเดินเที่ยวแล้วหลงทาง (ถ้าเอา sureๆ กันเหนียวก็กันไว้ 2 อาทิตย์เลย) แต่พาออกไปเดินเล่นได้และดีด้วย ลูกสุนัขจะได้จำบ้านได้ดีขึ้น (ตอนเดินกลับเข้าบ้าน)
- ไม่ควรอาบน้ำบ่อยเกินอาทิตย์ละ 1 ครั้ง และต้องเป่าให้แห้งสนิท, การฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิโปรดปรึกษาสัตวแพทย์
- ย้ำเพื่อป้องกันขาเสียรูปทรงอย่าให้อ ยู่บนกระเบื้องลื่น, หินขัด, หินอ่อน, พื้นไม้ขัดมัน ฯลฯ (พื้นปูนหยาบๆ ดีที่สุดในส่วนแรกจนอายุถึง 6 เดือน) เมื่อขาแข็งแล้วจึงให้อยู่บนพื้นลื่นได้เป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็ไม่ควร)
- กระดูกที่ให้แทะห้ามเก็บของเก่าเก็ บ เกิน 2 วัน (กรณีที่ชื้น/เปียก จะบูดได้) จึงแนะนำให้ใช้กระดูกขนาด 4 นิ้ว ไม่ฟอกสีขาว ไม่ใส่รสชาติ (กิโลละประมาณ 100 บาท) พอชื้นเกิน 12 ชม. ก็ทิ้งได้
- มีของเล่นของฝรั่งเขาเรียกว่า “Kong” ราคาประมาณ 350 บาท เล็ก ใหญ่ 500 บาท ทำจากยางเหนียวๆ มีรูตรงกลางให้ยัดเนื้อเข้าไปได้ให้แทะ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกสุนัขเบื่อ (หอนเห่ามาก) หรือกรณีที่ไม่มีคนอยู่บ้านมีประโยชน์เวลาถูกขัง) ท่านสามารถใส่เนื้อแห้งเข้าไปให้ (ลูก) หมาพยายามแทะได้ (อย่าลืมดึงเนื้อออกทุก 12 ชม. กันบูด)
- สายจูงหากจะขี่จักรยานพาวิ่งเดิน (อายุมากกว่า 5 เดือนขึ้นไปเมื่อสุนัขชินกับการจูงเดินแล้ว) แนะนำให้ซื้อสายจูงยี่ห้อ Flexi หรือเทียบเท่าสำหรับสุนัขขนาดใหญ่ 20-40 กก. เนื่องจากยืดหดได้ 0-5 ม. บางรุ่นยืดได้ถึง 8 ม.
- โซ่ที่คอแนะนำให้ใช้ Stainless ของแท้ขนาด 20-22 นิ้ว เส้นละไม่เกิน 120 บาท เนื่องจากคอลลี่ขนเยอะหากท่านใช้ปลอกคน nylon จะแห้งยากและทำให้ขนบริเวณปลอกคอไม่ขึ้น
หากท่านวางแผนที่จะซื้อลูกสุนัขเพื่อนำไปผสมพันธ์ในอนาคต ท่านควรคำนึงถึง
- โครงสร้างของพ่อแม่พันธุ์ว่าปรกติดีไหม (ขาแข็งแรงไหม Collie มีโรคทางพันธุ์กรรมคือ hip displacia โดยมากแล้วจะไม่ค่อยพบกันในคอกที่น่าเชื่อถือและมี จิตสำนึก ในการเพาะพันธุ์แล้ว เขาจะไม่มีสุนัขที่เป็นโรคนี้ในคอกหรือไม่นำสุนัขที่มีโรคนี้มาผสมเนื่องจากลูกที่ออกมาอาจได้รับโรคนี้มาทางพันธุ์กรรมทำให้ขาหลังวิ่งปัดไปมาไม่มีแรง
- สีนี้ก็สำคัญเนื่องจากสี Blue merle (เทา) และ merle ชนิดอื่นคือ Sable merle (คือคอลลี่สีน้ำตาลที่มีสีเทาปนนิดๆ ที่หางหรือข้างหู) และ white collie นั้น เขาจะไม่นำมาผสมพันธุ์กันเนื่องจากยีน mentee เมื่อมาเจอกันแล้วมีเปอร์เซ็นสูงที่จะทำให้ลูกสุนัขตาบอดหรือหูหนวกได้
เทา Blue merle x Blue merle – ไม่ได้ x No
Blue merle x Sable merle ไม่ได้ x No อาจตาบอดหรือหูหนวกได้
White Collie x Sable merle ไม่ได้ x No
White Collie x Blue merle – ไม่ได้ x No
แต่ collie คอลลี่ข้างต้นนี้สามารถนำมาผสมกับคอลลี่สี sable หรือ Tri Colour ได้โดยจะไม่ปัญหาใดๆ
หากท่านคิดจะผสมพันธุ์เพื่อเอาลูกสุนัข
สถานที่เลี้ยง
สัตว์ทุกชนิดควรมีที่หลบฝน แดดมิดชิดมีที่ให้เดินวิ่งไม่ถูกกักขัง หากขังกรงตอนกลางคืนควรเป็นกรงที่มีมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุง (แนะนำกรงไม้แดง หรือไม้เนื้อแข็งอื่นดีกว่าทนทานกว่าเหล็กมากๆ) ใช้ได้ >15 ปี กรงเหล็กเมื่อถูกฉี่/น้ำจะผุภายใน < 5 ปี (จากประสบการณ์) หากท่านเลี้ยง Collie ในบ้านอย่าลืมพาออกไปเดิน/วิ่งเพื่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตที่ดีของสุนัข ไม่กลัวคน ไม่หวาดระแวง สุนัขของเราไม่ถูกขังจะปล่อยวิ่งในบ้าน เช้า บ่าย เย็น และเข้ากรงนอนตอนกลางคืน
การเลี้ยงดูสุนัขที่ดี
ควรมีการแปลงฟันทุกวันหรือวันเว้นวัน การให้แทะกระดูกวัวและกระดูกหนังจะช่วยลดการสะสมของ Tar Tar ได้ (แนะนำกระดูกหนังชิ้นยาวขนาด 4-5 นิ้วไม่ฟอกสีขาว) ขนาด 4-5 นิ้วเพราะให้สุนัขแทะหมดภายใน 1-2 วัน เพื่อป้องกันเชื้อราหรือการเน่าเสียของหนังและกระดูก
การให้ยาป้องกันพยาธิสำไส้และพยาธิหัวใจ Heart worm prevention and ivermectin allergy
Collie แพ้ยา Ivermectin ดังนั้น Collie จะต้องกิน Milbemycin แทนเดือนละ 1 เม็ด (ทุก 30 วัน) เพื่อป้องกันพยาธิหัวใจ และใช้ Frontline ทุกเดือนเพื่อฆ่าเห็บ หรือใช้ Revolution หยอดที่หัวไหล่เพื่อป้องกันพยาธิหัวใจและเห็บหมัดการถ่ายพยาธิลำไส้ควรทำทุก 3-4 เดือน สำหรับสุนัขโต ทุกๆ เดือนสำหรับลูกสุนัขตั้งแต่ 3-6 เดือน
การอาบน้ำ bathing your dog
Collie เป็นหมาที่สะอาดตัวไม่มีกลิ่น ดังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องอาบน้ำบ่อยๆ สามารถอาบทุก 3 อาทิตย์ หรือ 1 เดือนได้โดยสุนัขยังไม่สกปรก ควรเป่าขนให้แห้งสนิททุกครั้ง การอาบน้ำบ่อยเกินไปจะทำให้ขนเสียได้ท่านสามารถใช้แชมพูแห้งแทนได้เป็น spray และในรูปน้ำเพื่อซักแห้งยี่ห้อที่ใช้กันก็มี christiansan และ Nano
การอาบน้ำเจ้าตูบพันธุ์นี้เขาจะไม่อาบล้างหูมันด้วยแชมพูหรือไม่ทำให้หูมันเปียกแต่จะใช้น้ำยาเช็ดหูเช็ดขึ้นหูมันออกเท่านั้น
ก่อนอาบน้ำควรหวีขนที่ตายออกให้หมดก่อน (5 นาที) แล้วจึงอาบน้ำและเป่าขนให้แห้งตามปกติ การหวีขนที่ตายออกจะช่วยลดปัญหาของขนทันกันตอนอาบและเป่าแห้ง เราไม่แนะน้ำให้ท่านอาบน้ำคอลลี่ของท่านบ่อยกว่าอาทิตย์ละครั้ง สำหรับแปรงหวีขนนั้นเราแนะนำให้ใช้แปรงตามรูปนี้เพื่อใช้สางขนชั้นในที่หมดอายุออกและเอาไว้หวีบริเวณหลังหู ภู่ขนขาหน้าและน่องขาหลัง ส่วนแปรง Pin Brush ใช้หวีทั้งตัวแต่ Slicker Brush ใช้ต้องเป็นรุ่นที่ไม่มีตุ่มอยู่ที่ปลายหวีเนื่องจากจะถอนขนสุนัขและทำให้ขนพันกันได้
การดูแลขน coat care
Rough Collie ควรมีการหวีขนอาทิตย์ละครั้งๆ ละ 5 นาทีเพื่อให้ขนไม่พันกันและดูสวยงามควรเน้นการหวีขนบริเวณหลังหู, ภู่ขนที่ขาหน้า, ใต้ท้องและน่องขาหลังทั้ง 2 ข้าง แต่ความถี่ของการแปรงขนจะขึ้นอยู่กับสถานที่เลี้ยง คือ หากบ้านท่าตัดหญ้าทั้งเรียบร้อยสนามไม่แฉะก็แปรงขนทุก 2-3 อาทิตย์ได้ แต่หากท่านพา collie ของท่านไปเดินในทุ่งบ่อยๆ ก็ต้องแปรงขนทุกอาทิตย์ การแปรงขนเป็นการ bond ที่ดีหมาจะรักและติดท่านและก็เป็นโอกาสดีที่จะตรวจดูว่าผิวหนังมีเห็บหรือปรกติหรือเปล่า
Collie ตัวผู้จะทิ้งขน/ผลัดขนปีละครั้ง ส่วนตัวเมียจะผลัดขนปีละ 2 ครั้งหลัง heat หรือหลังออกลูก ในช่วงผลัดขนควรให้ omega 3, 6, 9 (flax seed oil) เพิ่มเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อให้ขนที่งอกออกมาใหม่นั้นเงางาม
สำหรับผู้เลี้ยง 2 มาตรฐาน
หมาไทย หมาวัด หมาเก็บมาเลี้ยง หมาพันธุ์แท้ตัวละ 80,000 ก็ควรได้รับการเลี้ยงดูเหมือนกัน กินอาหาร มีที่อยู่เหมือนกัน กันยุง ไม่ใช้ว่าตัว 1 อยู่ในกรงมีมุ้งอีกตัวช่างมันเถอะนอนนอกบ้าน แถมให้อาหารไม่เหมือนกันอีก (Pedigree VS กับยี่ห้อ Premium อื่นๆ ) หากหลีกเลี่ยงยี่ห้อนี้ได้ เราแนะนำให้ใช้อาหารของคนที่เหลือให้หมามันกินยังจะดีซะกว่ามั่นใจว่าไม่มีสารแปลกปลอม
การดัดหู
1. เช็ดหูให้สะอาดด้วยสำลีชุบ alcohol
2. ตัดเทปกาว (ผ้าพันแผลแบบเหนียวยาว 6-7 ซม. แล้วติดลงไปที่หู รูดให้แน่ใจว่าติดสนิทดีแล้ว
3. ทากาวเป็นวงกว้างขนาดเหรียญบาทที่ปลายแล้วพับหูลงมา ¼ ย้ำว่าตรงข้อพับอย่าติดกาวเว้นช่องไว้ให้หูงอนิดๆ ไม่ใช่หักศอก (เลือดจะไม่เดิน)
4. เช็คว่าหูเลื่อนตำแหน่งรึป่าวทุก 10 วัน
การกำจัดเห็บหมัด Tick and Flea prevention
นอกจากจะใช้ Front line หรือ Revolution แล้วท่านสามารถใช้แป้งฆ่าเห็บโรยอุ้งเท้าและตัวสุนัขเพื่อช่วยกำจัดเห็บ หรือตอนอาบน้ำท่านสามารถผสม Bitical ในสัดส่วน 1 CC ต่อน้ำ 2 ลิตรแล้วอาบตัวหมา หรือเมื่อเช็ดตัวเสร็จแล้วพ่นสเปรย์ใส่ตัวอุ้งเท้าก่อนเป่าขนให้แห้ง (ห้ามเลีย)
ข้อควรระวัง/หลีกเลี่ยง
กระดูกที่ให้แทะควรเป็นกระดูกวัว, กระดูกหนังหรือกระดูกหมูชิ้นใหญ่หน่อยหลีกเลี่ยง/ไม่ควรอย่างยิ่ง การให้กระดูกไก่หรือเป็ด (โดยเฉพาะช่วงขาหรือปีก)
อย่างทิ้งหมาไว้ในรถที่จอดตากแดดโดยไม่เปิดหน้าต่าง (ถึงตาย)
การหยอดยาฆ่าเห็บต้องหยอดบริเวณที่สุนัขเลียไม่ถึง คือ ระหว่างหัวไหล่ อ่านวิธีใช้ในซอง
หลีกเลี่ยงอาหารยี่ห้อที่ไม่น่าเชื่อถือหรือผลิตมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ สุนัขและแมวหลายตัวกินอาหารผลิตในต่างประเทศซองสีเหลืองแล้วเป็นโรคไตตาย kidney failure (อาจมีสารเมลามีน/ melamean) ลองปรึกษาสัตว์แพทย์ใกล้บ้านท่าน
หากให้อาหารเม็ดแห้งแล้ว (สะดวกและง่ายก็จริงแต่ไม่ควรอย่างยิ่ง) ควรมีน้ำวางไว้คู่กันเสมอ สุนัขบางตัวจะไม่กินน้ำถ้าน้ำในชามที่เริ่มมีเมือกน้ำลายหรือเริ่มขุ่น แนะนำให้ใช้ถังใส่น้ำเลยดีที่สุด
การให้อาหารขนมสุนัขมากๆ จนอ้วนอาจจะดูน่ารักและไม่ออกกำลังท่านกำลังทำให้มันอายุสั้นลง โรคอ้วนทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคข้อ (สะโพกหลัง) โรคหัวใจ ฯลฯ
ก่อนตัดสินใจซื้อไปดูพ่อแม่พันธุ์หลายๆที่ ดูว่าหน้าตาสุขภาพดีไหม ขา ขน ดีไหมเพื่อท่านจะได้เดาได้ว่าเมื่อลูกหมาโตมาก็จะมีหน้าตาประมาณพ่อแม่ของมัน
ปลอกคอที่ใส่ควรใช้ stainless แท้มีคุณภาพเนื่องจากปลอกคอหนังหรือ Nylon จะทำให้ขนไม่ขึ้น หากเป็น stainless คุณภาพต่ำจะทำให้ขนคอดำได้
พยาธิในสัตว์เลี้ยงสามารถป้องกันได้ง่ายๆ โดยการจัดการที่เหมาะสม
· การถ่ายพยาธิในลูกสุนัขควรป้อนยาถ่ายพยาธิตั้งแต่อายุ 3 สัปดาห์ เพราะลูกสุนัขอาจได้รับพยาธิไส้เดือน และพยาธิปากขอมาจากแม่สุนัข และป้อนยาถ่ายพยาธิได้ช้ำทุก 2 สัปดาห์ จนกระทั่งอายุ 3 เดือน หลังจากนั้นควรถ่ายพยาธิทุก 3 เดือน
· ในสุนัขโตควรถ่ายพยาธิทุกๆ 4 เดือน ควรใช้ยาถ่ายพยาธิที่มีประสิทธิภาพเลือกใช้ยาถ่ายพยาธิที่ออกฤทธิ์กว้างต่อพยาธิตัวกลม, ตัวตืด, ปากขอ, เม็ดแตงกวาเลือกใช้ยาถ่ายพยาธิที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดพยาธิทุกระยะ ทั้งตัวอ่อนตัวแก่ และไข
· ให้เด็กล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร
· ในกรณีที่มีพยาธิเป็นจำนวนมาก ควรให้ยาซ้ำอีกหลังจากให้ครั้งแรก 14 วัน
· ให้ล้างผักและผลไม้ก่อนรับประทานทุกครั้ง
· ฝึกให้เด็กใส่รองเท้าเมื่อวิ่งเล่นอยู่นอกบ้าน ไม่ควรเดินเท้าเปล่า
· อย่าสัมผัสสิ่งของที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อนจากอุจจาระของสัตว์เลี้ยง
· ควรรักษาความสะอาดสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละครั้ง