Maintenance/การเลี้ยงดูสุนัขที่ดี


การแปรงฟัน/Teeth Cleaning

                  เพื่อป้องกันฟันผุท่านควรแปรงฟันให้สุนัขของท่านวันละครั้งโดยเน้นช่องเขี้ยวหน้าซี่บนและล่างและฟันกรามทั้ง 2 ข้างต้นใน การให้แทะกระดูกหนังหรือกระดูกจริงก็จะลดการสะสมของขี้ฟันได้พอสมควรและเพื่อเป็นการแก้เบื่อให้สุนัขของท่านๆ ควรให้มันแทะกระดูกช่วงที่ถูกขังอยู่ในกรง
               ควรมีการแปรงฟันทุกวันหรือวันเว้นวัน การให้แทะกระดูกวัวและกระดูกหนังจะช่วยลดการสะสมของ Tar Tar ได้ (แนะนำกระดูกหนัง ชิ้นยาวขนาด 4-5 นิ้วไม่ฟอกสีขาว) ขนาด 4-5 นิ้วเพราะให้สุนัขแทะหมดภายใน 1-2 วัน เพื่อป้องกันเชื้อราหรือการเน่าเสียของหนังและกระดูก 

                สำหรับการฝึกให้เจ้าตูบเคยชินกับการแปรงพันนั้น เราอาจจะเริ่มจากลองบีบยาสีพันเล็กน้อยลงบนนิ้วของเรา และวางนิ้วของเรานั้นสอดไประหว่างแก้มด้านในและเหงือกของเจ้าตูบจากนั้นก็เริ่มลองถูไปถูมา เจ้าตูบจิร่มรู้สึกสบายกับการที่เรานวดเหงือกและฟันให้กับเค้า ลองทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ หลายๆ ครั้งจนเค้าเริ่มชินจากนั้นจึงเปลี่ยนมาใช้แปรงสีพันแทนในครั้งแรกๆ อาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการแปรงฟันก่อนจากนั้นครั้งต่อๆ มาจึงจึงค่อยเพิ่มเวลาให้นายขึ้น สำหรับการแปรงฟันเจ้าตูบนั้นไม่จำเป็นจะต้องให้เค้าบ้วนปากหรือกินน้ำตามเข้าไป เพราะยาสีฟันสำหรับเจ้าตูบนั้นจะถูกผสมขึ้นให้เค้าสามารถกลืนกินเข้าไปได้ อย่างปลอดภัยไม่มีอันตรายต่อร่างกาย

การอาบน้ำ /Bathing your dog
               Collie เป็นหมาที่สะอาดตัวไม่มีกลิ่น ดังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องอาบน้ำบ่อยๆ สามารถอาบทุก 3 อาทิตย์ หรือ 1 เดือนได้โดยสุนัขยังไม่สกปรก ควรเป่าขนให้แห้งสนิททุกครั้ง

                    ก่อนอาบน้ำควรหวีขนที่ตายออกให้หมดก่อน (5 นาที) แล้วจึงอาบน้ำและเป่าขนให้แห้งตามปกติ การหวีขนที่ตายออกจะช่วยลดปัญหาของขนทันกันตอนอาบและเป่าแห้ง เราไม่แนะน้ำให้ท่านอาบน้ำคอลลี่ของท่านบ่อยกว่าอาทิตย์ละครั้ง

 การให้ยาป้องกันพยาธิสำไส้และพยาธิหัวใจ / Heart worm medicine

                            Collie ( Lassie) แพ้ยา Ivermectin ดังนั้น Collie จะต้องกิน Milbemycin แทนเดือนละ 1 เม็ด (ทุก 30 วัน) เพื่อป้องกันพยาธิหัวใจ และใช้ Frontline ทุกเดือนเพื่อฆ่าเห็บ หรือใช้ Revolution หยอดที่หัวไหล่เพื่อป้องกันพยาธิหัวใจและเห็บหมัดการถ่ายพยาธิลำไส้ควรทำทุก 3-4 เดือน สำหรับสุนัขโต ทุกๆ เดือนสำหรับลูกสุนัขตั้งแต่ 3-6 เดือน 

 
การดูแลขน /Coat care& Grooming
               Rough Collie ควรมีการหวีขนอาทิตย์ละครั้งๆ ละ 5 นาทีเพื่อให้ขนไม่พันกันและดูสวยงามควรเน้นการหวีขนบริเวณหลังหู, ภู่ขนที่ขาหน้า, ใต้ท้องและน่องขาหลังทั้ง 2 ข้าง การเเปรงขนยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับสุนัขให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น   สุนัขจะติดท่าน 

              สำหรับแปรงหวีขนนั้นเราแนะนำให้ใช้แปรงPin brush and slicker brush เพื่อใช้สางขนชั้นในที่หมดอายุออกและเอาไว้หวีบริเวณหลังหู ภู่ขนขาหน้าและน่องขาหลัง ส่วนแปรง Pin Brush ใช้หวีทั้งตัวแต่ Slicker Brush ใช้ต้องเป็นรุ่นที่ไม่มีตุ่มอยู่ที่ปลายหวีเนื่องจากจะถอนขนสุนัขและทำให้ขนพันกันได้
               Collie ตัวผู้จะทิ้งขน/ผลัดขนปีละครั้ง ส่วนตัวเมียจะผลัดขนปีละ1- 2 ครั้งหลัง heat หรือหลังออกลูก ในช่วงผลัดขนควรให้ omega 3, 6, 9  (flax seed oil)  เพิ่มเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อให้ขนที่งอกออกมาใหม่นั้นเงางาม 
               ความถี่ของการแปรงขนจะขึ้นอยู่กับสถานที่เลี้ยง คือ หากบ้านท่านตัดหญ้าเรียบร้อยสนามไม่แฉะก็แปรงขนทุก 2-3 อาทิตย์ได้ แต่หากท่านพา collie ของท่านไปเดินในทุ่งบ่อยๆ ก็ต้องแปรงขนทุกอาทิตย์ การแปรงขนเป็นการ bond ที่ดีหมาจะรักและติดท่านและก็เป็นโอกาสดีที่จะตรวจดูว่าผิวหนังมีเห็บหรือปรกติหรือเปล่า  

หมาที่เลี้ยงชอบเป็นโรคผิวหนัง
 
ข้อนี้ใช้ logic เอาไม่ต้องถามหมอตลอดเวลา
1. คืออาหาร+วิตามินที่บำรุงผิวคือ E อาหารที่ให้ก็ควรเลือกชนิดที่หมาไม่ค่อยแพ้คือเนื้อแกะและปลา
2. ท่านรักษาความสะอาดดีหรือไม่อาบน้ำให้มันไหม สถานที่นอน
3. ยากันเห็บหมัดได้หยอดหลังมันป้องกันเห็บหมัดไหม
4. อาบน้ำใช้ยาฆ่าเห็บหรือไม่ เป่าแห้งไหม หากมันชอบไปนอนข้างโอ่งน้ำก็กำจัดเสียแล้วเปิดพัดลมให้มันแทน
 
การป้องกันโรคผิวหนัง
ในต่างประเทศ (ประเทศเจริญแล้ว) เรามันจะไม่เห็นเจ้าตูบเป็นโรคผิวหนังเพราะ
1) อากาศเขาแห้งไม่ชื้นอย่างเรา
2) วัฒนธรรมและมุมมองของคนต่อสัตว์ความเอาใจใส่ (หมาคือเพื่อนไม่ใช่ตัวเก็บเศษอาหาร)
3) กฎหมายเขารุนแรงลงโทษเจ้าของที่ไม่เอาใจใส่กลุ่มนี้
 
วิธีการป้องกันโรคผิวหนังนั้นมีง่ายๆ ดังนี้
1. อย่าให้เจ้าตูบอยู่ในที่เปียกชื้น หากเปียกต้องเช็ด/เป่าขนให้แห้งสนิท
2. อาบน้ำให้อย่างน้อยเดือนละครั้ง
3. ให้อาหารที่ดีต่อผิวหนังมีคุณสมบัติบำรุงผิว (น้ำมันต่างๆ ที่เราแนะนำ)
4. กำจัดสิ่งกระตุ้นการระคายเคือง ฝุ่น เห็บ หมัดต่างๆ ให้หมดโดยการทำความสะอาดที่นอนเป็นประจำ อาจลงน้ำยาฆ่าเห็บเป็นครั้งคราว และหยอดยาฆ่าเห็บทุกเดือน
5. สำหรับท่านที่เลี้ยงหมาพันธุ์ที่หนังหน้าย่นก็ควรเช็ดตัว/หน้าให้มันทุกวัน
- การเกาบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณของโรคผิวหนังได้
พวกพันธุ์เธอเรีย Terrier ที่ผิวอ่อนโยนแพ้ง่ายควรใช้ยาบำรุงขน/ผิว และอาหารจำนวนเนื้อแกะและเนื้อปลาเพื่อลดอาการแพ้ลงส่วนพวกนักว่ายน้ำก็พยายามกั้นขอบเขตไม่ให้ว่ายน้ำทั้งวันเมื่อขึ้นจากน้ำก็เป่าให้แห้งซะ จริงๆ แล้วโรคผิวหนังมันไม่ได้เป็นกันง่ายๆ แต่ด้วยความไม่รู้หรือไม่ใส่ใจเราเลยเห็นหมาต้องทนทรมานกันหลายตัว
 

                การล่ามโซ นั้นไม่ควรทำ   จะล่ามก็ตอนอาบน้ำหรือมีคนมาบ้าน ล่ามชั่วคราวเช่น 30 นาทีและไม่ควรทำบ่อยๆ พวกทรมานสัตว์เลี้ยงหมาล่ามโซแทบเกือบตลอดชีวิต   น่าเวทนาอย่างยิ่งเกิดมาแทนที่จะได้เจ้าของดีๆ กลับตกนรกตั้งแต่เกิดการขังกรงก็คล้ายๆกัน จะขังเฉพาะมีแขกมาบ้าน/ตอนนอนกันยุงกัดเท่านั้น หากท่านกำลังขังหรือล่ามโซ่นานๆ  ขอเถอะลองเปลี่ยนนิสัยตัวเองดู (ลดความบาปลง) เลี้ยงมันดีๆ ให้มันมีความสุขกินดีอยู่ดี ดีกว่านะ    การถูกล่าม/ขังนานๆ บ่อยๆ ทำให้สัตว์เคลียดและเป็นโรคจิต   ส่วนใหญ่จะทำให้หมาดีๆ มาเป็นหมาดูเพราะไม่มีการ socialize กัดคนหรือสัตว์ตัวอื่นๆ


พยาธิในสัตว์เลี้ยงสามารถป้องกันได้ง่ายๆ โดยการจัดการที่เหมาะสม


-       การถ่ายพยาธิในลูกสุนัขควรป้อนยาถ่ายพยาธิตั้งแต่อายุ 2 สัปดาห์ เพราะลูกสุนัขอาจได้รับพยาธิไส้เดือน และพยาธิปากขอมาจากแม่สุนัข และป้อนยาถ่ายพยาธิได้ช้ำทุก 2 สัปดาห์ จนกระทั่งอายุ 3 เดือน หลังจากนั้นควรถ่ายพยาธิทุก 3 เดือน
-       ในสุนัขโตควรถ่ายพยาธิทุกๆ 3 เดือน ควรใช้ยาถ่ายพยาธิที่มีประสิทธิภาพเลือกใช้ยาถ่ายพยาธิที่ออกฤทธิ์กว้างต่อ พยาธิตัวกลม, ตัวตืด, ปากขอ, เม็ดแตงกวาเลือกใช้ยาถ่ายพยาธิที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดพยาธิทุกระยะ ทั้งตัวอ่อนตัวแก่ และไข
-       ให้เด็กล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร
-       ในกรณีที่มีพยาธิเป็นจำนวนมาก ควรให้ยาซ้ำอีกหลังจากให้ครั้งแรก 14 วัน
-       ให้ล้างผักและผลไม้ก่อนรับประทานทุกครั้ง
-       ฝึกให้เด็กใส่รองเท้าเมื่อวิ่งเล่นอยู่นอกบ้าน ไม่ควรเดินเท้าเปล่า
-       อย่าสัมผัสสิ่งของที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อนจากอุจจาระของสัตว์เลี้ยง
-       ควรรักษาความสะอาดสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละครั้ง
-       ใช้ยาควบคุมและกำจัดหมัดในสัตว์เลี้ยง

โรคสำคัญที่ควรรู้
1. โรคไข้หัดสุนัข :  เป็นโรคติดต่อร้ายแรงในสุนัขทุกช่วงอายุแต่ลูกสุนัขจะมีความเสี่ยงต่อการติดโรคได้มากที่สุด

สาเหตุ : เชื้อไวรัส Paramyxovirus

การติดต่อ :  ติดต่อทางการหายใจ ซึ่งเป็นช่องทางที่สำคัญที่สุดโดยเชื้อไวรัสจะปนเปื้อนออกมากับสิ่งขับถ่ายทุกชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมูก ขี้ตา และน้ำลาย

อาการ : สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะพบอาการป่วยได้ในหลายระบบของร่างกาย ซึ่งแบ่งอาการตามความรุนแรงได้ดังนี้
-       ไม่รุนแรง : ซึม มีไข้ กินอาหารลดลงและมีภาวะแห้งน้ำ
-       รุนแรง : มีน้ำมูล ขี้ตา ไอ หายใจลำบาก ท้องเสียอาเจียน
-       รุนแรงมาก : น้ำมูกและขี้ตาจะขุ่นข้นเป็นหนองหายใจและไอ ปอดบวม ท้องเสียอาเจียนรุนแรงอาจพบตุ่มบริเวณใต้ท้อง ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าหนาตัวขึ้น และอาจพบอาการทางประสาท เช่น กล้ามเนื้อกระตุกโดยเฉพาะบริเวณปาก กล้ามเนื้อขาชัก อัมพาต และตายในที่สุด
การรักษา : ตามอาการ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จในการรักษา ดังนั้นการทำวัคซีนเป็นวิธีป้องกันการติดโรคที่สำคัญ


2. โรคลำไส้อักเสบติดต่อ:
เป็นโรคติดต่อที่ร้านแรงในสุนัข ซึ่งมีอัตราการตายสูงโดยเฉพาะในสุนัขอายุน้อย


สาเหตุ : เชื้อไวรัส Canine Parvovirus

การติดต่อ : ส่วนใหญ่เกิดจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อที่ออกมากับอุจจาระ

อาการ : ระยะ แรกจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร ไข้สูง อาเจียน ท้องเสียโดยอุจจาระมีสีเทาอ่อนหรือเหลืองส้ม และเมื่ออาการรุนแรงขึ้นจะถ่ายเป็นเลือด มีกลิ่นคาวเฉพาะ ปวด เกร็งท้อง และลูกสุนัขจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วเนื่องมาจากเชื้อไวรัสทำให้กล้ามเนื้อ หัวใจอักเสบ และสัตว์สูญเสียแร่ธาตุและน้ำอย่างรุนแรง

การรักษา : ตามอาการ แก้ไขสภาวะขาดน้ำ ลดอาการแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น

3. โรคพิษสุนัขบ้า : เป็นโรคติดต่อร้านแรงในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถติดต่อมาสู่คนได้ ซึ่งหากถึงระยะแสดงอาการของโรคแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งในไทยนั้น สุนัขเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญที่สุด

สาเหตุ : เชื้อไวรัส Rhabdovirus

การติดต่อ :
ส่วนใหญ่ได้รับเชื้อจากน้ำลาย เข้าสู่บาดแผลและเยื่อเมือกต่างๆ เช่น ตา จมูก ปาก และอวัยวะเพศ

อาการ : ขึ้น กับขนาดและตำแหน่งของบาดแผลที่สัมผัสเชื้อเพราะเชื้อต้องใช้เวลาเดินทางผ่าน เส้นประสาทสู่สมอง ซึ่งใช้เวลาตั้งแต่ 10 วัน จนถึง 1 ปีในคน และ 10 วัน จนถึง 2 เดือนในสุนัข


4. โรคตับอักเสบติดต่อ :
เป็นโรคที่พบได้ในสุนัขทุกช่วงอายุ พบบ่อยและรุนแรงในสุนัขอายุน้อย

สาเหตุ : เชื้อไวรัส Canine Adenovirus

การติดต่อ : กินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ ปัสสาวะ น้ำมูก และน้ำลายของสัตว์ป่วย

อาการ : ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย ตับบวม และมีเลือดออก บวมน้ำใต้ผิวหนัง ท้องมาน อาการจะรุนแรงมากในสุนัขอายุน้อย โดยอาจพบต่อมน้ำเหลืองโต กระจกตาขุ่นและบางครั้งอาจพบอาการทางประสานร่วมด้วย

การรักษา : ตามอาการขึ้นกับความรุนแรงของเชื้อและความแข็งแรงของสุนัข
 

5. โรคเลปโตสไปโรซิส : เป็นโรคที่เกิดได้ในสุนัขทุกช่วงอายุ และสามารถติดต่อถึงคนได้

สาเหตุ : เชื้อแบคทีเรีย Leptospira

การติดต่อ :
สัมผัสกับปัสสาวะของสัตว์ป่วยโดยมีหนุเป็นตัวนำโรค

อาการ :
ซึม มีไข้สูง อาเจียน ปัสสาวะมีเลือดปน มีภาวะขาดน้ำ ดีซ่าน ปวดในช่องท้อง อาจถึงตายได้ เนื่องจากเชื้อทำลายตัว ไต และอวัยวะสำคัญอื่นๆ

การรักษา : ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อและความไวในการตรวจวินิจฉัย

6. โรคหวัดและหลอดลมอักเสบ : เป็นโรคติดต่อของระบบหายใจตอนบน

สาเหตุ : เกิดได้จากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิดที่สำคัญและพบบ่อยได้แก่ Canine Parainfluenza Virus, Canine Adenovirus Typs ll. Bordetlla bronchiseptica

การติดต่อ : จาก การไอ จาม และสัมผัสเชื้อโรคที่กระจายในอากาศ ซึ่งจะติดต่อได้ง่ายในสถานที่ที่สุนัขอยู่ร่วมกันจำนวนมากเช่น ในฟาร์ม คลินิกสัตวแพทย์ งานประกวดสุนัข

อาการ : ไอ เรื้อรังเป็นเวลาหลายสัปดาห์จนถึงเป็นเดือน แต่มักไม่อันตรายจนถึงเสียชีวิต (ยกเว้นติดเชื้อรุนแรงมากจนลุกลามไปยังปอดทำให้เกิดปอดบวมได้) เบื่ออาหาร ไม่มีแรง สุขภาพทรุดโทรม

การรักษา : ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จ 

 
7. เห็บหมัด TICK AND FLEA PREVENTION   
               เห็บ สุนัขนอกจากจะดูดเลือดทำให้เกิดภาวะโลหิตจางแล้วยังสามารถนำโรคพยาธิในเม็ด เลือดได้หลายชนิด มีผลทำให้เกิดภาวะตัววาย เม็ดเลือดแตกมีเลือดกำเดาไหลหรือแสดงอาการเจ็บตามตัว 
               ส่วนหมัดในสุนัขนอกจากจะทำให้เกิดอาการคันแล้วยังทำให้ผิวหนังอักเสบเนื่องจากการแพ้น้ำลายหมัด นอกจากนี้ยังเป็นพาหะนำโรคพยาธิในเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดอาการโลหิตจาง และอาการผิดปกติอื่นๆ รวมทั้งสามารถเป็นพาหะนำโรคพยาธิลำไส้ชนิดตืดแตงกวาอีกด้วย
               เนื่อง จากเห็บ และหมัดมิได้อยู่บนตัวสัตว์ตลอดเวลา แต่จะมีแหล่งที่อยู่ตามพื้นดิน สนามหญ้า ซอกปูนหรือผนัง ตัวบ้าน การใช้ยากำจัดเห็บหรือหมัดเฉพาะบนตัว สุนัข เห็บและหมัดจะหนีไปอยู่ตามพื้นและรอขึ้นมาบนตัวสุนัขใหม่เมื่อหมดฤทธิ์ยา ดังนั้นการป้องกันหรือกำจัดเห็บและหมัดจำเป็นต้องทำควบคู่กับทั้งบนตัวสัตว์ และ บริเวณที่อยู่ซึ่งบางครั้งการจัดการค่อนข้างยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเลี้ยงสุนัขไว้ในสวนหรือมีสนามกว้างขวาง ปัจจุบันการใช้ยากำจัดเห็บและหมัดที่นิยมคือการใช้ยา หยดหลัง ซึ่งควรใช้ยาต่อเนื่อง 3 เดือนขึ้นไปจะได้ผลดีในการกำจัดเห็บและหมัด นอกจากนี้ยังมียากำจัดเห็บหมัด ชนิดผสมน้ำซึ่งสามารถใช้ได้บนตัวสุนัขและสิ่งแวดล้อม

              การดูแลเรื่องเห็บหมัดก็เป็นส่งที่ไม่ควรละเลย ควรมีการป้องกันอย่างต่อเนื่องทุกๆ เดือนโดยการใช้ยาหยอดที่หลังหรือใช้สเปรย์พ่นเพื่อกำจัดเห็บหมัด เพราะปัญหาเรื่องเห็บหมัดในเมืองไทยสามารถระบาดได้ทุกฤดู เห็บหมัดเป็นตัวการร้ายที่ก่อให้เกิดปัญหาโรคผิวหนังมากมายในสุนัขทุกเพศ ทุกพันธ์ และทุกวัย นอกจากนั้นแล้วยังเป็นตัวนำโรคพยาธิเม็ดเลือดที่สำคัญมากเลยที่เดียว การป้องกันจึงเป็นทางที่ดีที่สุดเพื่อน้องหมาที่คุณรัก
ขนาดการใช้ advocate ในสุนัข
 

สุนัข (น้ำหนัก)
1 หลอด ขนาด
วิธีการใช้
น้อยกว่าหรือเท่ากับ 4 กิโลกรัม
0.4 ซีซี
หยด 1 ตำแหน่ง
> 4-10 กิโลกรัม
10. ซีซี
หยด 1 ตำแหน่ง
> 10-25 กิโลกรัม
2.5 ซีซี
หยด 1 ตำแหน่ง
> 25-40 กิโลกรัม
4 ซีซี
หยด 3-4 ตำแหน่ง

ไม่ควรใช้ advocate ของสุนัขกับแมวเนื่องจากขนาดการใช้ไม่เท่ากัน
 
หมัด พยาธิปากขอตัวแก่ พยาธิปากขอตัวอ่อน พยาธิไส้เดือนตัวแก่ พยาธิไส้เดือนตัวอ่อน พยาธิแส้ม้า พยาธิหมอนหัวใจ พยาธิในปอด ไรหู ขี้เรื้อนแห้ง ขี้เรื้อนเปียก เหา
ทำไมต้องฉีดวัคซีน
1. การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุด และประหยัดที่สุดในการป้องกันโรค
2. ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นมาภายหลังจากการทำวัคซีนจะค่อยๆ ลดลง จึงจำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นปีละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกปี
3. ภายหลังการฉีดวัคซีนเข็มแรก ร่างกายอาจจะยังมีการสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่สูงพอ หรือลูกสุนัขอาจจะยังมีภูมิคุ้มกันจากแม่อยู่ทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนเกิดขึ้นได้ไม่ดีนักจึงต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นอีก 1-2 เข็ม ห่างกันเข็มละ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีการสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงพอที่จะช่วยป้องกันโรคได้
4. วัคซีนจะมีเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค แต่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถทำให้เกิดโรคได้ เมื่อสุนัขได้รับการฉีดวัคซีน ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันซึ่งจะทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อที่ก่อโรคขึ้นมา เมื่อสุนัขสัมผัสกับโรคนั้นในเวลาต่อมา ร่างกายก็จะทำลายเชื้อที่ก่อโรคนั้นอย่างรวดเร็ว

8. โรคพยาธิหัวใจ Heart worm prevention  : เป็นโรคพยาธิที่สำคัญในสุนัขที่ทำให้ถึงตายได้

สาเหตุ : เกิดจากพยาธิหัวใจ (Dirofilaria immitis)

การติดต่อ : มี ยุงเป็นพาหะ โดยตัวอ่อนของพยาธิตจะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดในขณะที่สุนัขถูกยุงกัด และตัวอ่อนจะไปเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยในหัวใจของสุนัข

อาการ : ไอเรื้อรัง หายใจลำบาก มีอาการบวม ทั้งมาน โลหิตจาง สุนัขจะมีอาการเหนื่อยง่ายคล้ายลักษณะของโรคหัวใจ

คำแนะนำการใช้ยา  
เพื่อการกำจัดเห็บบนตัวสัตว์ ผสมไบติคอล 6% อี.ชี. 1 ซีซี ต่อน้ำ 1.5 ลิตร
เพื่อการกำจัดหมัด เหา ไรบนตัวสัตว์ ผสมไบติคอล 6% อี.ซี. 1 ซีซี ต่อน้ำ 2 ลิตร

ข้อแนะนำการใช้  : ควรอาบน้ำสุนัขให้สะอาดก่อนแล้วจึงอาบด้วยไบติคอล 6% อี.ซี. ตามขนาดที่แนะนำข้างต้นโดยใช้ผ้าชุบสารละลายและถูให้ทั่วตัว (ควรถูย้อนขน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณอุ้งเท้าและใบหูหลังอาบน้ำเสร็จให้รีบเช็ดตัวให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออกระวังอย่าให้สุนัขเลีย

หากยังพบเห็บ หมัดบนตัวสุนัขอีก แนะนำให้ใช้ไบติคอล 6% อี.ซี. ซ้ำทุก 2 สัปดาห์
เพื่อการกำจัดและป้องกันเห็บหรือพยาธิภายนอกชนิดอื่นที่อยู่ตามสภาพแวดล้อม เช่น กรงผสมไบติคอล 6% อี.ซี. 1 ซีซี ต่อน้ำ 1.5 ลิตร

ข้อแนะนำการใช้ : เทราด หรือฉีกพ่นบริเวณพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ในอัตรา 1 ลิตร ต่อตารางเมตร 
 

 ความจำเป็นของการป้องกันพยาธิหัวใจ

1. โรคนี้มียุงเป็นพาหะสุนัขที่ถูกยุงกัดเพียงครั้งเดียวก็สามารถรับเชื้อได้ การป้องกันเป็นประจำจึงเป็นวิธีที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด
2. พยาธิหัวใจเป็นปรสิตชนิดหนึ่งตัวอ่อนจะอยู่ในกระแสเลือด เมื่อโตเต็มวัยจะอยู่ในหัวใจของสุนัข ถ้ามีจำนวนมากจะทำให้เกิดการอุดตันทำให้หัวใจทำงานหนัก
3. เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจโตและอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น อาการไอ หรือ อาการของโรคระบบทางเดินหายใจ
4. การใช้ยาเพื่อรักษาโดยการกำจัดพยาธิตัวเต็มวัยอาจพบผลข้างเคียง และอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตหาก มีพยาธิตัวเต็มวัยเป็นจำนวนมาก
ข้อดีของ Selamectin (Revolution)
- ใช้หยอดเดือนละ 1 ครั้ง สามารถป้องกันและกำจัดได้ทั้งพยาธิภายนอกและภายใน ซึ่งรวมถึงพยาธิหัวใจที่มีโอกาสก่ออันตรายได้
- Selamectin ไม่ใช่ยาฆ่าแมลง มีความปลอดภัยสูงต่อสุนัขทุกสายพันธุ์รวมทั้งพันธุ์คอลลี่ และสามารถใช้ในสุนัขตั้งท้อง ให้นมหรือพ่อแม่พันธุ์
- สามารถใช้ได้ตั้งแต่สุนัขอายุ 6 สัปดาห์ จึงเหมาะที่จะเริ่มต้นการป้องกันพยาธิหัวใจไปพร้อมกับการเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรค
- สะดวก ใช้ง่ายด้วยการหยอดบริเวณหลัง ไม่ทำให้สุนัขเจ็บปวดและไม่ต้องบังคับป้อนยา
- สามารถใช้ภายหลังการอาบน้ำมันทีที่ขนแห้ง หรือสามารถอาบน้ำได้หลังจากหยอดยาแล้ว 2 ชั่วโมง
 
 
เรื่องน่ารู้
การป้อนยาเม็ด
1. ใช้มือข้างหนึ่งเปิดปากสุนัขอย่างนุ่มนวล โดยจับปากสุนัขจากด้านบน
2. ใช้มืออีกข้างหนึ่งหย่อนเม็ดยาลงไปในคอให้ลึกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยให้วางอยู่เหนือโคนลิ้นส่วนที่โป่งขึ้นมา
3. ใช้มือจับปากสุนัขให้ปิด และจับหัวให้เงยขึ้นช้าๆ แล้วลูบคอลงมาด้วยมืออีกขึ้นหนึ่ง
4. สุนัขจะกลืนยาและเลียริมฝีปาก เจ้าของควรสังเกตว่าสุนัขขย่อนยาออกมาหรือไม่

การป้อนยาน้ำ
วิธีการป้อนยาน้ำ ควรใช้หลอดฉีดยาเป็นอุปกรณ์ช่วยป้อน ฉีกยาน้ำเข้าไปตรงข้างปาก ควรทำช้าๆ ป้องกันสุนัขสำลักยาในขณะป้อนยา 

การหยอดหู
1. จับหัวสุนัขให้อยู่นิ่งๆ และเปิดหูสุนัขขึ้น แล้วสอดปลายขวดยาหยอดหูลงในช่องหูของสุนัข
2. บีบขวดยาหยอดหูตามจำนวนที่สัตวแพทย์แนะนำระวังอย่าให้สุนัขสะบัดศีรษะ แล้วนำขวดยาออกมาจากช่องหูและพับหูกลับลงมาในตำแหน่งปกติ
3. ใช้มือนวดคลึงหูสุนัขอย่างนุ่มนวล วิธีนี้จะช่วยให้ตัวยากระจายไปทั่วหูได้ดียิ่งขึ้น

การหยอดตา
1. ทำความสะอาดบริเวณรอบๆ ดวงตาโดยใช้สำลีชุบน้ำเช็ดคราบขี้ตา และสิ่งสกปรกออกไปให้หมด
2. ควบคุมสุนัขให้อยู่นิ่งๆ แล้วนำขวดยามาหยอดตาจากด้านหลังเพื่อไม่ให้สุนัขหวาดกลัว
3. บีบดขวดยาให้ได้จำนวนหยดยาลงสู่ดวงตาตามที่ต้องการและให้ตาชุมไปด้วยยา
 
โรคพยาธิหลายชนิดในสุนัขสามารถบ้องกันได้ง่ายๆ โดยการจัดการที่เหมาะสม

ขังกรงก็เช่นเดียวกันขังเฉพาะจำเป็น (ตอนนอนกลางคืน)
หมาแสนรักกับซ๊อกโกแลต Chocolate anf your dog
หมาทุกพันธุ์แพ้ซ๊อกโกแลตหากกินเข้าไปในปริมาณมากๆ อาจตายได้แต่กรณีนี้คงไม่เกินดขึ้นในบ้านเรามากเท่าประเทศเช่นยุโรปที่มีขนมหมาชุปซ๊อกโกแลต
Never give chocolate to your dogs, if consumed in large amount it could/likely to be fatal
 
การแต่งขนรัฟโคลลี่
ส่วนใหญ่จะไม่จำเป็นต้องแต่งขนแต่อย่างไร แต่หากมีความต้องการจะให้เจ้าตูบดูดีก็จะมีอยู่ 2 จุดที่ต้องดูและแต่งขนก็คือ ขนละเอียดที่อยู่ข้างหู (อาจตัดทิ้งได้หากไม่อยากที่จะแปรงขนและขนที่อุ้มเท้าและนิ้วเท้า
บริเวณนิ้วเท้าควรตัดให้สั้นพอควรและตัดขนใต้ฝ่าเท้าเพื่อลดการอมฝุ่น
 
หากสุนัขถูกยาเบื่อ/สารพิษ
           หากล้างท้องได้/ทำให้อาเจียนออกมาได้จะดีที่สุดสามารถทำโดยเอาไข่ขาวดิบ 4-10 ฟอง (ขึ้นอยู่กับขนาดสุนัข กรอกปากให้กินเพื่อให้อาเจียนออกมา (ทำซ้ำได้) เมื่ออาเจียนออกมาแล้วป้อนถ่าน ultra carbon จำนวน 6-10 เม็ดเพื่อให้ไปดูดซับสารพิษในกระเพาะและลำไส้ ป้อนยา ultra carbon ซ้ำอีก 5-10 เม็ด 6 ชั่วโมงต่อมาและทำซ้ำอีก 8 ซม. ต่อมา (ทำซ้ำวันละ 3 ครั้งเป็นเวลาติดวัน 3 วัน)
 
โรคหน้าร้อน
  • เช่นเดียวกับอากาศร้อนอาหารก็บูดง่าย ดังนั้นจานข้าวจานน้ำควรมีการทำความสะอาดอย่างน้อยที่สุดวันละ 2 ครั้งอาหารหากเป็นอาหารชื้นๆ เมื่อกันเหลือรับเก็บเข้าตู้เย็นเพื่อให้กินมื้อถัดไปหรือทิ้ง พยายามหลักเลี่ยงการกินน้ำจากอ่างบัว (สำหรับลูกสุนัข)
  • ลมชัก (heat stroke)
ป้องกันการเป็นลมจากอากาศที่ร้อนจัด  ทุกพันธ์ ( เกิน 35 celcious up)
·         ไม่ขังสุนัขในกรงที่ตากแดด/ร้อน (ควรมีหลังคามิดชิดลมถ่ายเทสะดวก) และอย่าให้อยู่ในรถที่ตากแดด
·         ไม่พาไปวิ่งเดินตอนอากาศร้อนจัดสุนัขพันธุ์ที่หน้าสั้นมากๆ ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งเช่น ปักกิ่ง Bull dogs, Pomeranian ปอม, Pug ปั๊ก
·         หากสุนัขเกิดชักลมแดดควรรีบพาเข้าร่มแล้วเอาน้ำเย็นรดตัวให้เปียกเพื่อลดอุณหภูมิตัวลงเมื่อพื้นให้ทานน้ำ
 การทำวัคซีน          – โปรดดุตารางการทำวัคซีนของเรา
 
การถ่ายพยาธิ  /worming your dogs     
ควรถ่ายพยาธิลูกสุนัขครั้งแรกเมื่อมีอายุ 3-4 สัปดาห์
ครั้งที่ 2 เมื่อลูกสุนัขครั้งแรกเมื่อมีอายุ 6 สัปดาห์
ครั้งที่ 3 เมื่อลูกสุนัขครั้งแรกเมื่อมีอายุ 9 สัปดาห์
*ให้ถ่ายทุกๆ 1 เดือน จนสุนัขอายุครบ 6 เดือน (จากอึที่กินเข้าไป) หลังจากนั้นถ่ายพยาธิทุก 3-4 เดือน  ให้ยาซ้ำในวันถัดไปกรณีที่เห็นพยาธิเป็นตัวและควรถ่ายพยาธิแม่สุนัขซ้ำอีกครั้งเมื่อหลังคลอดลูกได้ 70 วัน
· หากพิจารณาคุณภาพชีวิตของสุนัขแล้ว ควรคำนึงถึงขนาดและนิสัยของพันธุ์นั้นๆ กับบ้านของท่าน
·  หากท่านอยู่ Town House หรือ Condo ท่านมีเวลาพอที่จะพามันออกไปขับถ่าย/ออกกำลังนอกบ้านหรือไม่ หากท่านให้มันขับถ่ายในบ้าน และไม่พามันไปออกกำลัง ท่านมีเครื่องออกกำลังให้มันวิ่งหรือไม่ สำหรับสุนัขขนาดนี้ควรให้เดิน/วิ่ง วันละ>30 นาที หากให้วิ่งเครื่องก็วันละ 20 นาทีได้ (ควบ) 10 นาทีวิ่งเหยะๆ 10 นาที โดยเฉพาะ high energy dog เช่น border collie, Jack Russell และพันธุ์ที่ hyper อื่นๆ หากไม่พามันไปวิ่งคงจะทรมานมันน่าดู
 
ข้อควรระวัง/หลีกเลี่ยง
- กระดูกที่ให้แทะควรเป็นกระดูกวัว, กระดูกหนังหรือกระดูกหมูชิ้นใหญ่หน่อยหลีกเลี่ยง/ไม่ควรอย่างยิ่ง การให้กระดูกไก่หรือเป็ด (โดยเฉพาะช่วงขาหรือปีก)
- อย่างทิ้งหมาไว้ในรถที่จอดตากแดดโดยไม่เปิดหน้าต่าง (ถึงตาย)
-   การหยอดยาฆ่าเห็บต้องหยอดบริเวณที่สุนัขเลียไม่ถึง คือ ระหว่างหัวไหล่ อ่านวิธีใช้ในซอง
-   หลีกเลี่ยงอาหารยี่ห้อที่ไม่น่าเชื่อถือหรือผลิตมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ สุนัขและแมวหลายตัวกินอาหารผลิตในต่างประเทศซองสีเหลืองแล้วเป็นโรคไตตาย kidney failure (อาจมีสารเมลามีน/ melamean) ลองปรึกษาสัตว์แพทย์ใกล้บ้านท่าน
-                    หากให้อาหารเม็ดแห้งแล้ว (สะดวกและง่ายก็จริงแต่ไม่ควรอย่างยิ่ง) ควรมีน้ำวางไว้คู่กันเสมอ สุนัขบางตัวจะไม่กินน้ำถ้าน้ำในชามที่เริ่มมีเมือกน้ำลายหรือเริ่มขุ่น แนะนำให้ใช้ถังใส่น้ำเลยดีที่สุด
-                    การให้อาหารขนมสุนัขมากๆ จนอ้วนอาจจะดูน่ารักและไม่ออกกำลังท่านกำลังทำให้มันอายุสั้นลง โรคอ้วนทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคข้อ (สะโพกหลัง) โรคหัวใจ ฯลฯ
 
 การเล็ม/ตัดเล็บเท้า
 
จริงๆ แล้วหากสุนัขของท่านได้ออกกำลังอย่างเพียงพอท่านแทบจะไม่ต้องตัดเล็บให้มันเลย แต่หากท่านเลี้ยงสุนัขในบ้านแล้วละก็แทบไม่พาออกไปเดินอีก คงจะต้องตัดเล็บกันทุก 2-3 อาทิตย์ มิฉะนั้นแล้วสุนัขจะเดินไม่สะดวกหรือแย่ไปกว่านั้น เล็บจะงอกทะลุเข้าไปในเนื้อขา (จะเกิดขึ้นกับนิ้วติ่ง)
 
การให้นมลูกสุนัขที่ (เด็กมากๆ)
 
หากแม่สุนัขนมไม่พอเลี้ยงหรือไม่เลี้ยงลูกแนะนำให้ใช้นม Esbilac กระปุกละ 800 บาท จนหมดแล้วใช้นมแพะ pasturized ให้กินต่อจนอายุ 4 อาทิตย์หรือให้กินไปเรื่อยๆ ก็ได้หรือจะผสมนมคน Nestle สูตร Optimum ให้กินก็ได้เมื่ออายุมากกว่า 3 อาทิตย์แล้ว (สำคัญที่สุดช่อง 4 วันแรก)
ขณะที่ลูกสุนัขเด็กมากๆ แนะนำให้ใช้ Syringe หลอดเข็มฉีดยาขนาด 1cc ป้อนเพราะขวดนมมันใหญ่ไปแล้วนมไหลไม่ดี พอโตขึ้นค่อยเปลี่ยนเป็น syringe ขนาด 3cc, 5 cc ตามขนาด ลูกสุนัข 4 วันแรกเกิดต้องได้ทานนมทุก 2 ชั่วโมง สุนัขจะกินนมได้ 1-2% ของน้ำหนักตัว (ถ้าหนัก 1 ขีดก็ให้ 2cc) ในอาทิตย์ที่ 3 ท่านสามารถเริ่มผสมซีลีแลคได้หรือตำอาหารเม็ดผสมไข่ใส่นมให้เริ่มกินได้  นมทุกชนิดชงทีละนิดเท่าที่พอกินที่เหลือทิ้งให้หมดหรือให้สุนัขตัวอื่นกินไปเพื่อกันนมบูด (เก็บได้ 1 ชั่วโมง)
 
การเลี้ยงดูลูกสุนัขเมื่ออายุได้ 4 สัปดาห์
 
 ลูกสุนัขจะเริ่มกินอาหารได้เมื่ออายุได้ 4 สัปดาห์ โดยอาหารที่ให้ควรเป็นอาหารนิ่มผสมนมหรือน้ำให้หัดกินวันละ 4 มื้อผสมกับให้กินนมของแม่มันทุก 3-4 ชั่วโมง (ให้เช้า สายๆ บ่ายแก่ๆ และก่อนนอน) โดยตอนนอนให้ลูกสุนัขนอนกินนมของแม่มัน เมื่อลูกสุนัขอายุได้ 6 สัปดาห์ สามารถลดอาหารเป็น 3 มื้อได้ หากจำเป็นจริงๆ แต่เราจะให้กิน 4 มื้อตามเวลาข้างต้น แต่เราจะให้กินจน 8 สัปดาห์ ตามเวลาข้างต้น 3 มื้อ คือ เช้า บ่าย3 และก่อนนอน 9 ทุ่ม  และเมื่อลูกสุนัขอายุ 12 สัปดาห์ขึ้นไปจะลดลงเหลือ 2-3 มื้อ เช้า-เย็น ปริมาณการให้ดูตามตารางที่เขาแนะนำอยู่ข้างถุง หากท่านว่างและเป็นคนที่อยู่บ้านอยู่ตลอดเวลาก็สามารถให้กินวันละ 3 มื้อต่อไปได้จนอายุ 16 สัปดาห์ โดยท่านสังเกตจากการกินคือ หากลูกสุนัขเริ่มกินช้าและเล่นกับอาหาร (10 นาทียังกินไม่หมดก็ลดอาหารลง 1 มื้อได้) ขอย้ำอีกทีว่าให้ใส่น้ำลงไปในอาหารเม็ดแล้วให้ลูกสุนัขกินเหมือนกินก๋วยเตี๋ยวน้ำ/cereals เพื่อไม่ให้อาหารเม็ดไปดูดน้ำในท้อง (ไม่ต้องแช่จนดูดน้ำจนนิ่ม)
Protienสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ 24% จะกินโปรตีนต่ำกว่าสุนัขพันธุ์เล็ก 32% อย่าคิดว่าให้โปรตีนมากๆ แล้วจะดีเสมอไป
 
หมามี Heat บ่อยเท่าไหร่? ผสมบ่อยได้เท่าไหร่
ส่วนใหญ่จะมี Heat ปีละ 2 ครั้ง แต่หากผสมควรผสมครั้งเว้นครั้งเพื่อพักท้องไม่ให้แม่หมาโทรม
 
กินอาหารเหลือของคนได้ไหม?
 
หากไม่เค็ม/เผ็ดก็ให้ได้ เทผสมลงกับอาหารเม็ดและน้ำเปล่า 1 ถ้วย ได้เลย เหมือนกินขุกขลิก (แต่ก็ควรกะปริมาณ food intake ต่อวันให้เหมาะสมมิฉะนั้นจะกลายเป็นหมูแทนหมา
 
หมาขนสั้นต้องเป่าขนให้แห้งด้วยหรือ?
 
หมาทุกพันธุ์เมื่ออาบน้ำแล้วควรเป่าขนให้แห้งสนิททุกครั้งเพื่อป้องกันโรคผิวหนังที่อาจตามมาได้
 
แหล่งโปรตีนที่ดีสำหรับสุนัขคือ
 
เนื้อปลา แกะ ไก่ เนื้อวัว แต่ไม่ใช่เนื้อหมู โดยเฉพาะ 2 ชนิดแรกแล้วกินแล้วผิวหนังกับขนเจ้าตูบจะดีกว่าสูตรอาหารชนิดอื่น
 
อยากให้เจ้าตูบตัวน้อยโตเร็วๆ ให้กินเต็มที่ดีไหม?
ไม่ดีแน่ ให้แต่พอควรโดยสามารถปริมาณตามข้างกระสอบอาหารลูกหมาจะกินเป็น 2 เท่าของหมาโต (หมาโต หนัก 10 กก. กินประมาณ 1 1/3 ถ้วย) ลูกหมาก็จะกินวันละ 2 2/3 – 3 ถ้วย) อย่าให้มากเกินไป ตัวโตเร็วแต่กระดูกโตไม่ทันจะเกิดปัญหา (หลังแอ่น, ขาอ่อนเพราะน้ำหนักตัวมาก, ปวดกระดูก ฯลฯ) ทุกอย่างทำแต่พอดี
 
ให้อาหารเม็ดหรืออาหารคนดี
ได้ทั้ง 2 อย่าง แต่หากให้อาหารคนควรทำให้เหมือน Heath food คือพยายามให้ข้าวกล้อง ผัก (ฟักทอง แครอท ผักอื่นๆ) เนื้อสัตว์ กระดูก คอไก่บดและน้ำมันงาผสมลงไป หมาสมัยก่อนที่เขาเลี้ยงดีๆ เขาก็ให้กินอาหารคนยังอายุยืนได้ อย่าลืมต้องมีน้ำสะอาดตั้งไว้ให้กินตลอดเวลาหลายๆ บางต้นจะเลือกกินเฉพาะขันที่น้ำยังสะอาดเท่านั้น
ส่วนขนมเราแนะนำแทนที่จะซื้อของใส่สารกันบูดมาให้มันกินเนื้อน่องไก่มาให้มันกินจะดีซะกว่า
 
การใส่โซ่ที่คอใส่แบบรูป A ไม่ใช่รูป B รูป B จะทำให้หมาสำลัก
 
พวกที่เลี้ยงหมาพันธุ์ใหญ่ๆ
เช่น Alsatian หรือใหญ่กว่าควรฝึกให้มันฟังคำสั่งเราเป็นอย่างดีระวังมันกระโดดขึ้นมาโดนคนแก่ (จะล้ม) หรือหากหลุดออกไปกัดคนต้องหยุดเมื่อเราสั่งมันให้หยุดทันที คิดจะเลี้ยงแล้วต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม
 
การให้อาหารหมาแก่สุนัขเล็ก ≥9 ปี สุนัขโต≥7ปี
 
หมาแก่มีกิจกรรมลดลงต้องการๆ ออกกำลังลดลง ดังนั้นการให้อาหารก็ควรลดปริมาณโปรตีนและไขมันที่ต่ำลงโดยโปรตีนควรลดลงเหลือประมาณ 18% และไขมันเหลือประมาณ 12% อาจลดลงเหลือต่ำถึง 8%
สำหรับสุนักแก่เหล่านี้ท่านควรสังเกตการณ์กินการขับถ่ายดูว่าปกติหรือไม่ ขับถ่ายเป็นเลือดไหม (นิ่วใน bladder)
สายตาก็จะพล่าเนื่องจากตาจะเริ่มมัว (เป็นตาฟาง) ดังนั้นการปล่อยวิ่งเล่นหรืออกไปเดินนอกบ้านควรใช้สายจูงเพื่อ
ป้องกันอุบัติเหตุ
 
อาหารสุนัขป่วย
ควรให้เป็นอาหารค่อนข้างนิ่ม (ประเมษราดหน้า) ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความป่วน หากไม่เป็นอะไรมากก็ให้อาหารเม็ดแช่น้ำได้ แต่หากทรุดหนักต้องเอาใจเป็นพิเศษก็อาจทำอาหารนิ่มที่อร่อยๆ เพื่อเอาใจให้เจ้าตูบมันกินได้ตามปริมาณที่ควรกินและย่อยง่าย ทั้งนี้หากไม่สะดวกที่จะทำอาหารอร่อยให้เจ้าตูบมีบริษัททำอาหารกระป๋องสำหรับสุนัขบ่อยมีหลายสูตร (ลองปรึกษาสัตว์แพทย์ดู)
 
พาน้องหมาไปหาหมอแล้วได้ยาหรือวิตามินกลับมากินเต็มแทบทุกครั้ง
อันนี้ต้องถามท่านว่าท่านให้อาหารเกรดดีๆ super premium อยู่แล้วหรือยัง หากให้อาหารเกรดต่ำๆ ก็อาจจะต้องกินอาหารเสริม   แต่หากให้ premium อยู่แล้วๆ หมอยังให้อีกก็ถามตัวท่านเองว่าหมามันเป็นอะไรไหม?
 
 จำเป็นที่จะต้องกินยาบำรุงไหม?
 อย่าลืมว่าของมันกินคือยาไม่ใช่ของธรรมชาติ ถ้าหมามันปกติดีแล้วโดยยัดเยียดให้อาหารเสริมทุกครั้งก็น่าคิด
 
 
ยาสีฟันหมา
มีหลายยี่ห้อ เช่น CET และหลายสูตร บางคนก็ใช้ยาสีฟันของคนสูบบุหรี่ แต่ต้องใช้ในปริมาณน้อยๆ
แปรงสีฟัน จะใช้แปรงคนก็ได้แต่เลือกแปรงแบบดี นิ่มๆ ไม่บาดเหงือก
 
การฟื้นฟูสุขภาพหมาป่วย
 
ส่วนมากเมื่อหมาป่วยก็จะได้รับยาฆ่าเชื้อหากกินนานๆ ก็จะทำให้ภูมิหมาไม่แข็งแรง ดังนั้นเมื่อหายดีแล้วควรรีบ
1. ให้ Bacteria lactobacillus หรือยาคู้ ให้มันกินทุกวันต่อเนื่องเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ที่จะช่วยในการย่อยอาหาร
2. พาออกกำลังกายเริ่มจากเดินก่อน (หากอาการหนัก) หากอาการไม่หนักก็พาวิ่งซัก 2-3 กม. และเพิ่มขึ้นเป็น 4-5 กม./วันทุกวันจะได้แข็งแรงๆ
3. ให้วิตามินบำรุงซัก 2 อาทิตย์
4. ดูแลสุขภาพเขาให้ดี ย้ำกินดีอยู่ดีออกกำลังเป็นประจำ หากทำครบแล้วหมาควรแทบจะไม่เป็นอะไรเลย
5. การให้อาหารก็อีกให้แต่พอดีอย่าให้เกินขนาด
 

ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ
-Shampoo/แชมพู
1. Alloween Oat meal ดีมากๆ ใช้แล้วขนนุ่มผิวหนังก็ดีสุดๆ
2.Coat Handler
3.หากอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่ราคาย่อมเยากว่า 2 ชนิดแรก VP Can ก็ได้
-แป้งกันเห็บ ยี่ห้อVP Can
-กระดูกหนัง/หูหมู/หูวัว/hide/hoofs แบบธรรมชาติไม่ฟอกสีให้แทะเวลาขังกรงแก้เซ็ง
-ขนมขัดฟันเราไม่เห็นว่าไม่มียี่ห้อไหนได้ผลจริงๆ แค่เป็นขนมให้หมาแทะแก้เซ็งเท่านั้น หากชอบให้ก็คงไม่มีผลอะไรมากให้แทะกระดูกหนัง/หูหมู/หูวัว/hide/hoofs จะดีกว่า
ขออภัยที่เราไม่ขายให้แก่ Pet Shop เพื่อนำไปขายต่อคนแบบไหนซื้อไปก็ไม่รู้ เราต้องการพบกับเจ้าของเจ้าตัวน้อยในอนาคต
Dynasty Collie ตั้งชื่อเป็นฟาร์มเลี้ยงแบบสุนัขบ้านและเพาะพันธุ์แบบ บรีดเดอร์ (breeder) เราทำ mix & match โดยการเลือกคู่ที่เหมาะสมกันมาผสมกันเพื่อพัฒนารูปร่างหน้าตา/โครงสร้างของรุ่นลูกและหลานไม่ใช้แค่ขอให้เป็นหมามาผสมกับหมา
 
หากพิจารณาคุณภาพชีวิตของสุนัขแล้ว ควรคำนึงถึงขนาดและนิสัยของพันธุ์นั้นๆ กับบ้านของท่าน
หากท่านอยู่ Town House หรือ Condo ท่านมีเวลาพอที่จะพามันออกไปขับถ่าย/ออกกำลังนอกบ้านวันหรือไม่ หากท่านให้มันขับถ่ายในบ้าน และไม่พามันไปออกกำลัง ท่านมีเครื่องออกกำลังให้มันวิ่งหรือไม่ สำหรับสุนัขขนาดนี้ควรให้เดิน/วิ่ง วันละ>30 นาที หากให้วิ่งเครื่องก็วันละ 20 นาทีได้ (ควบ) 10 นาทีวิ่งเหยะๆ 10 นาที โดยเฉพาะ high energy dog เช่น border collie, Jack Russell และพันธุ์ที่ hyper อื่นๆ หากไม่พามันไปวิ่งคงจะทรมานมันน่าดู
สุนัขคอลลี่เป็นสัตว์ที่ชอบสังเกตในวันแรกที่นำกลับบ้านมันจะเดินทั่วทุกที่ ตรวจเช็คทุกมุมในบ้าน ดังนั้นในช่วง 2 สัปดาห์แรก จึงแนะนำให้ปิดประตูรั้วให้มิดชิดเพื่อป้องกันการหนีออกจากบ้าน และเนื่องจากคอลลี่มีสัญชาติญาณที่จะกลับบ้านสูงจึงควรป้องกันมากกว่าพันธุ์อื่น (เขาถึงได้มีหนัง Lassie Come Home) หมาคอลลี่ที่เดินเป็น 1,000 ไมล์กลับบ้านเก่าเอง

 
 
 
 
ก่อนตัดสินใจซื้อไปดูพ่อแม่พันธุ์หลายๆที่ ดูว่าหน้าตาสุขภาพดีไหม ขา ขน ดีไหมเพื่อท่านจะได้เดาได้ว่าเมื่อลูกหมาโตมาก็จะมีหน้าตาประมาณพ่อแม่ของมัน
ปลอกคอที่ใส่ควรใช้ stainless แท้มีคุณภาพเนื่องจากปลอกคอหนังหรือ Nylon จะทำให้ขนไม่ขึ้น หากเป็น stainless คุณภาพต่ำจะทำให้ขนคอดำได้